บิ๊กตู่ จ่อกู้อัดฉีด 2 ล้านล้านบาท แก้โควิด

บิ๊กตู่ จ่อกู้อัดฉีด 2 ล้านล้านบาท แก้โควิด ส่ออุ้มเจ้าสัว ฮั้วท้องถิ่นกินค่าต๋ง ส่วนคนจนตายเกลี้ยง

บิ๊กตู่

 

จับตา บิ๊กตู่ กู้ประวัติศาสตร์ชาติ อัดฉีดแก้โควิด 2 ล้านล้านบาท ส่ออุ้มเจ้าสัว ฮั้วท้องถิ่นกินค่าต๋ง ส่วนคนจนตายเกลี้ยง ระเบิดเวลาล้มรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ในวันที่ ความแร้นแค้น ความหิวโหยน่ากลัวกว่าโควิด-19 แถมแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ประชาชน 58 ล้านคนต้องหมดหวังจากเงินเดือนละ 5,000 บาท คราบน้ำตาและเสียงคนด่า ดังกระหึ่มไปทั่วโลกออนไลน์ แต่รัฐบาลกำลังจะกู้เงินครั้งประวัติศาสตร์เพื่ออุ้มเจ้าสัว มีการซื้อหนี้คนรวยแต่ไม่พักหนี้ให้คนจน สุดท้ายปล่อยคนจนตายเกลี้ยง

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คนจนไม่ได้ผลประโยชน์ คนไทยส่วนใหญ่มากกว่า 80% เงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ไม่ถึง 100,000 บาท ขณะที่การแจกเงินชาวบ้าน 5,000 บาท กลับมีเงื่อนไขมากมาย ทั้งที่เจ้าสัวช่วยตัวเองได้ การหว่านเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ลงไประบบท้องถิ่นและอีก 1 ล้านล้านบาทในภาคเอกชน เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด ใช่ เราสนับสนุน

ทว่าดูจากวิธีการนั้นไม่น่าไว้วางใจ เพราะรัฐบาลนี้ “แผลเยอะ” และด้วยความเป็นการเมือง-ราชการแบบไทยๆ ย่อมมีการคิดค่าต๋ง กินหัวคิว และระบบเงินทอน ทั้งจากนักการเมืองท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ร้ายกว่านั้นคือหวังผลทางการเมือง เช่น ทุกโครงการช่วยโควิดท้องถิ่น มีสส.หรือผู้นำท้องถิ่นของพรรคพลังประชารัฐไปเสนอหน้าช่วงชิงความนิยมทางการเมืองผ่านการตัดริบบิ้นโครงการต่างๆ ให้ชาวบ้านซาบซึ้ง(นักการเมืองพรรคร่วมฝากถาม)

1.พรก.ซื้อหุ้นกู้เอกชน 4 แสนล้านบาท (QE)

ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย(แบงก์ชาติ) เข้าไปอุ้มหนี้เอกชน ด้วยการซื้อหุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท แต่ดันจำกัดไว้แค่เอกชนเรตติ้งดีเท่านั้น (BBB+) แถมดอกเบี้ยพิศษให้ด้วย แปลว่ามีแค่บริษัทรายใหญ่ได้สิทธิ์ ส่วนเอกชนรายกลาง-รายเล็กตายเกลี้ยง แตกต่างจากประเทศโซนยุโรป ที่เน้นใช้มาตรการ QE ช่วยคนตัวเล็กก่อน สรุปแล้วรัฐบาลเลือกช่วยเจ้าสัวใช่หรือไม่ ? ทำไมไม่ช่วยคนตัวเล็กเพราะเจ้าสัวช่วยตัวเองได้ หากมีเอกชนกู้แล้วชักดาบ ใครจะรับผิดชอบ ?? (อันนี้เจ้าของธุรกิจฝากถาม)

2.มาตรการคุ้มครองเงินฝากในธนาคาร วงเงิน 5 ล้านบาท ถึง สิงหาคม 2564

แปลว่ารัฐบาลช่วยคนรวยใช่หรือไม่ ทั้งยังให้ดอกเบี้ยเอกชนถูก แต่รัฐบาลไม่มีการพักชำระดอกเบี้ยให้ประชาชนคนจน จะได้ประโยชน์อะไร ถ้ารัฐบาลพักแค่เงินต้น แต่ไม่พักดอกเบี้ย สุดท้ายคนจนก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่ดีทั้งที่ตอนนี้ตกงานกันไปก็นับล้านคน (ประชาชนฝากถาม)

3.พรก.ปล่อยกู้ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท

คือแบงก์ชาติจะปล่อยกู้ผ่านธนาคารพาณิชย์ แน่นอนว่าธนาคารพาณิชย์ย่อมจำกัดสิทธิ์การกู้ให้กับลูกค้าประจำหรือลูกค้าเรตติ้งดีของธนาคารก่อน เรียกง่ายๆว่ากั๊กเงินไว้ให้ลูกค้าตัวเอง โดยรัฐบาลบังคับไม่ได้ ผลคือ เงินไปไม่ถึงกิจการที่เดือดร้อนจริงๆ คล้ายกับ การลงทะเบียน 5,000 บาท ที่ไปถึงแค่ยอดหญ้าแต่ไม่ถึงรากหญ้า

4. พรก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท

แบ่งเป็น 6 แสนล้าน จ่ายเงินช่วยโควิด เป็นงบด้านสาธารณสุขและเป็นงบช่วยเหลือเกษตรกรราว 8-9 ล้านคน (50% ของเกษตรกรทั้งประเทศ) และอีก 4 แสนล้านบาท พัฒนาเศรษฐกิจและชุมชนในพื้นที่รวมถึงด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นขุนคลังคุมยุทธการผ่านกองทุนหมู่บ้าน ถือเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่นักการเมืองต่างอยากมีส่วนร่วมด้วย

จากนั้นทำให้การกู้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติครั้งนี้อาจเปิดช่องให้มีการทุกจริต เพราะระบบการเมืองไทยเอื้อให้คอร์รัปชั่นไม่เว้นแม้แต่ในยามวิกฤติเช่นเรื่องกักตุนสินค้า ดังนั้นการหว่านเงินไปขนาดนี้ย่อมอาจหมายถึงการโกงครั้งมโหฬารของข้าราชการ-นักการเมืองท้องถิ่น เช่น อบต.และผู้ใหญ่บ้าน นักการเมืองท้องถิ้น มีโอกาสถอนทุน-ตุนเสบียงก่อนเลือกตั้งท้อนถิ่นที่กำลังจะมาถึง ทั้งจากระบบเงินทอน ค่าต๋งและการหักหัวคิวชาวบ้าน ทั้งยังแฝงนัยยะทางการเมืองไปพร้อมกันด้วย เราหวังว่ารัฐบาลจะมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันเงินรั่วไหล

เพราะการหาผลประโยชน์ยามวิกฤติเป็นวิบากกรมของคนไทยมาหลายครั้ง หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การแพทย์และกักตุนสินค้า ล้วนเป็นดราม่าร้อนแรงในโลกออนไลน์ โยงใยผลประโยชน์นักการเมืองแทบทั้งรัฐบาล ประชาชนเริ่มหมดศรัทธา เพราะหลายครั้งรัฐบาลเอาแต่โทษประชาชนและอ้างเหตุผลที่ทำใจให้เชื่อได้ยาก (มันคือวัตถุดิบ+มันคือภาพตัดต่อ)

และจากเรื่องทั้งหมดนี้จะกลับกลายเป็นระเบิดเวลาทางการเมืองของรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องถูกพูดถึงและมีดราม่าไปทั้งสังคมอีกแน่นอน ผสมกับเชื้อเพลิงเก่าอย่างปัญหาความล้มเหลวในการบริหารและความฉาวโฉ่เน่าเหม็นของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลเริ่มแว้งกัดกันเอง ประชาชนหมดศรัทธา ยิ่งเป็นตัวเพิ่มเวลาให้ระเบิดลูกนี้รุนแรงมากขึ้น แนวร่วมเซฟประยุทธ์เหลือน้อยเต็มที่ เพราะความไร้น้ำยาที่ซุกไว้ถูกตีแผ่ให้คนได้เห็นกันทั้งประเทศช่วงโควิด
“ประยุทธ์ต้องไม่ลืมว่า เมื่อจบศึกโควิด ประชาชนจะเปิดศึกคิดบัญชีโคตู่”

แผนอัดฉีดเงิน 2.08 ล้านบาท

1.พรก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท
2.พรก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท
3.พรก.ซื้อหุ้นกู้เอกชน 4 แสนล้านบาท
4.ซอฟต์โลนออมสิน 1.2 แสนล้านบาท
5.ดึงงบประมาณแผ่นดิน 6 หมื่นล้านบาท (2%)

ที่ผ่านมาประเทศชาติกู้ครั้งใหญ่มาแล้ว 4 ครั้ง 1.กู้ต้มยำกุ้ง 1 ล้านล้านบาท (2540) 2.กู้วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger Crisis) 4 แสนล้านบาท (อภิสิทธิ์) 3.กู้น้ำท่วม 3.5 ล้านบาท (ยิ่งลักษณ์ 2554) 4.กู้โควิด 1 ล้านล้านบาท (ประยุทธ์ 2563)

บทความอ้างอิงจาก กะลาธิปไตย

กระแสข่าวฮอต ข่าวเด่นวันนี้ ซุบซิบดารา ข่าวบันเทิง หลุดดารา หนัง ดาราละคร ข่าวดาราล่าสุดวันนี้   ทีวี เผือกดารา ติดตามทุกความบันเทิงกับ Flashnowgroup สำหรับแฟนบอลปีศาจแดงติดตามข่าวสารได้ที่นี่ แมนยู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

UFABET | line กลุ่มลับ | สล็อตออนไลน์ | หวยออนไลน์ | ไก่ชนออนไลน์ |

พริตตี้สวย

ufabet

พริตตี้